โพลสำรวจผลกระทบของคุณแม่ต่อการหาคู่ของหนุ่มสาวไทย
ในโอกาสที่วันแม่ใกล้มาถึง MeetNLunch บริษัทจัดหาคู่มืออาชีพเพื่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เปิดผลสำรวจทัศนคติคนกรุงเทพฯ เกี่ยวกับผลกระทบของคุณแม่ต่อการหาคู่ครอง จากการออกแบบสอบถามสมาชิกที่มาใช้บริการกับบริษัทและประชาชนทั่วไปจำนวน 320 คนแบ่งเป็นเพศหญิง 70% เพศชาย 30%(อายุระหว่าง18-55 ปี)ในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนกรุงเทพฯและจบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรี พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
สถิติความคิดเห็นในการหาคู่กับคุณแม่
คุณนิกกี้-นิธินันท์ อัศวทร ผู้บริหาร MeetNLunch เผยให้เห็นจากผลสำรวจครั้งนี้ว่า กว่า 70% ของผู้ตอบสำรวจไม่รู้สึกกังวลที่จะแนะนำแฟนให้คุณแม่รู้จัก โดยผู้ชายจะกล้ามากกว่าฝ่ายหญิง บ้างเล็กน้อย
สำหรับคนที่มีความกังวลกับการแนะแฟนให้คุณแม่รู้จัก ให้เหตุผลความกังวลจากการที่คุณแม่ถามเยอะเป็นคำตอบมากที่สุดถึงเกือบครึ่ง เหตุผลรองลงมาคือกลัวคุณแม่จะไม่ยอมรับ และผู้หญิงจะตอบว่ามีความกังวลเพราะคุณแม่หวงมากกว่าฝ่ายชาย
เมื่อทำการวิเคราะห์คำตอบลึกลง MeetNLunch พบว่าความกังวลในการแนะนำแฟนให้คุณแม่รู้จักของผู้หญิงมีความสัมพันธ์กับอายุ โดยในช่วงอายุ 18-39 ปีจะกังวลเกี่ยวกับการถามคำถามเยอะของคุณแม่ แต่สำหรับกลุ่มที่อายุมากขึ้นจะกังวลเรื่องคุณแม่ไม่ยอมรับมากกว่า ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าการเป็นห่วงของคุณแม่ที่มากเกินไปอาจเป็นบ่อเกิดในการปิดบังปัญหาของลูก และผู้หญิงในวัยสี่สิบขึ้นที่อยากจะมีชีวิตคู่ มีความกังวลมุมมองของคนอื่นที่อาจจะคิดว่ามันไม่เหมาะสมกับวัยของเธอ
30% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นว่าคุณแม่ช่างเลือกคนที่จะมาเป็นแฟนลูก มากกว่าตัวลูกเองเสียอีก โดยผู้หญิงตอบว่าคุณแม่ให้ความสำคัญกับเรื่องฐานะการงานเป็นอันดับแรกสำหรับคนที่มาเป็นแฟนเธอ ส่วนฝ่ายชายตอบว่าคุณแม่ให้ความสำคัญกับนิสัยมากกว่า
ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าคุณแม่ของผู้หญิงจะเป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกเมื่อแต่งงานมีครอบครัวไป ส่วนคุณแม่ฝ่ายชายก็อยากได้ลูกสะใภ้ที่นิสัยดี เอาอกเอาใจสามีและแม่สามี
เมื่อมีปัญหา
ในกรณีที่คุณแม่ไม่เห็นด้วยกับคนที่กำลังคบเป็นแฟน ผู้ตอบมากถึง 80% ตอบว่าจะไม่เลิกกับแฟนถึงแม้คุณแม่ไม่เห็นด้วย โดยกลุ่มผู้หญิงที่อายุ 18-25 มีโอกาสจะตอบว่า จะยอมเลิกกับแฟนหากแม่ไม่เห็นด้วย มากที่สุด ในกลุ่มที่อายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่เลิก
วิธีการแก้ปัญหาในกรณีที่คุณแม่บอกให้เลิกกับแฟนแต่ไม่ได้เลิก มากกว่าครึ่งจะพยายามคุยกับคุณแม่ด้วยเหตุผลจนกว่าท่านจะเห็นด้วยกับคุณ แต่การเลือกตอบข้อนี้ลดลงตามอายุ โดยมีแนวโน้มว่าเมื่อคนอายุมากขึ้นจะแก้ปัญหาด้วยการยอมรับว่าเรื่องแฟนเรามีความเห็นที่แตกต่างจากแม่ และจะเลือกไม่คุยกับคุณแม่ในเรื่องแฟนมากนักและเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่นๆ แทน โดยจะไม่ดึงดันเกลี้ยกล่อมคุณแม่ให้เปลี่ยนใจมาชอบแฟนเท่ากลุ่มอายุน้อย
ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้หญิงจะปรึกษาคุณแม่เมื่อเกิดปัญหาหัวใจ ส่วนผู้ชายเลือกที่จะไม่ปรึกษาถึง 65% ผลสำรวจนี้สอดคล้องกับคำตอบที่ได้รับเมื่อถามว่า คุณแม่สนใจชีวิตความรักของคุณมากแค่ไหน (ทั้งช่วงที่คุณโสด และช่วงไม่โสด) โดย 50% ของผู้หญิงจะตอบคุณแม่สนมากถึง 65% ผู้ชายจะตอบคุณแม่สนน้อยหรือไม่สนเลย ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าคุณแม่เป็นห่วงเรื่องชีวิตคู่ของลูกผู้หญิงมากกว่าลูกผู้ชาย
80% ของผู้ชายตอบว่าคุณแม่ไม่เคยบอกให้เลิกกับแฟน ส่วนฝ่ายหญิงถึง 40% ตอบว่าคุณแม่เคยบอกให้เลิกกับแฟน
แม่แนะนำแฟนให้กับลูก
ประมาณ 50% ของคุณแม่เคยแนะนำแฟนให้กับลูกอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 90% ให้ความเห็นว่ามักจะไม่ถูกใจคนที่คุณแม่แนะนำให้ โดยเหตุผลส่วนใหญ่เป็นเพราะคุณแม่มักจะแนะนำแต่ลูกของเพื่อนๆ คุณแม่เอง ซึ่งอาจไม่ใช่แบบที่ลูกชอบ
ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มใหญ่ที่สุด คือประมาณ 30% ตอบว่าใช้เวลา 3 เดือนก่อนจะบอกแม่ว่ามีแฟน โดยฝ่ายชายมีแนวโน้มที่จะบอกเร็วกว่านี้ ส่วนฝ่ายหญิงมักใช้เวลามากกว่าบ้าง และเพิ่มเติมว่าจะบอกให้แม่รู้เมื่อแน่ใจในความสัมพันธ์แล้ว ส่วนในการพาไปพบคุณแม่นั้น ก็จะใช้เวลานานออกไปอีก
เราถามต่อไปว่า ถ้าคุณเป็นผู้ชาย คุณจะชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกับแม่ของคุณหรือไม่ 60% ของผู้ตอบทั้งหมด (ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ตอบว่าชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกับคุณแม่
สุขสันต์วันแม่ค่ะ






